คู่มือกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง (EWF)
www.methaflow.tech · 061-642-5116
← กลับไปหน้าตรวจเกณฑ์บริษัท
กฎหมายเริ่มบังคับ 1 ต.ค. 2569

คู่มือกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
สำหรับนายจ้างและฝ่ายบุคคล (HR)

รวมทุกข้อสงสัยและสาระสำคัญจากประกาศกระทรวงแรงงาน: เกณฑ์บังคับ อัตราเงินสมทบ ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนแบบฟอร์ม สกล.3-สกล.4 และแนวทางปฏิบัติภายใต้ PDPA

เอกสารอ้างอิง: MF-EWF-2026-001 · ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด สิงหาคม 2569
กฎหมายแม่บท: พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 หมวด 13 (มาตรา 126–138) และพระราชกฤษฎีกาเลื่อนการบังคับใช้ พ.ศ. 2568
อัปเดตสำคัญ — วันเริ่มบังคับจัดเก็บถูกเลื่อนเป็น 1 ต.ค. 2569

เดิมกำหนดเริ่มจัดเก็บในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 แต่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้ประกาศพระราชกฤษฎีกาเลื่อนวันบังคับใช้ออกไปเป็น 1 ตุลาคม 2569 อัตราสมทบและช่วงเวลา 5 ปีแรกยังคงเดิม เพียงเลื่อนกรอบเวลาออกไป 1 ปีเต็ม เพื่อให้นายจ้างและระบบ HR มีเวลาเตรียมความพร้อม

1. กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างคืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง (Employee Welfare Fund — EWF) จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 126 อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นเงินช่วยเหลือและหลักประกันแก่ลูกจ้างเมื่อออกจากงาน ตาย หรือประสบปัญหาตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะลูกจ้างในสถานประกอบกิจการที่ยังไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพรองรับ

แม้พระราชบัญญัติฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2541 แต่มาตรการจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบจริงเพิ่งเริ่มขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้นายจ้างและฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ต้องทำความเข้าใจระบบการหักเงินเดือนและการนำส่งให้ถูกต้อง

2. บริษัทต้องเข้ากองทุนหรือไม่? (เกณฑ์และข้อยกเว้น)

นายจ้างที่มีหน้าที่ต้องขึ้นทะเบียนและนำส่งเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ได้แก่ กิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป และอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายคุ้มครองแรงงาน

เข้าเกณฑ์ (ต้องขึ้นทะเบียนและนำส่ง)

  • มีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปในสถานประกอบกิจการ
  • อยู่ภายใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน (บริษัท, ห้างหุ้นส่วน, โรงงาน, ร้านค้า)
  • มีลูกจ้างที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)

ได้รับยกเว้น / กรณีพิเศษ

  • มีลูกจ้างรวมกันน้อยกว่า 10 คน (ไม่บังคับ แต่สามารถสมัครใจได้)
  • จัดให้ลูกจ้างทุกคนเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้ว
  • กิจการที่ไม่อยู่ภายใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน (เช่น งานเกษตรกรรมบางประเภท งานบ้าน, มูลนิธิ/สมาคมตามประกาศ)
ข้อควรระวังสำหรับ HR (กรณีเข้าใจผิดบ่อย)

หากบริษัทมีพนักงาน 15 คน แต่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ให้เฉพาะพนักงานบางส่วน (เช่น ระดับผู้จัดการ) พนักงานที่เหลือที่ยังไม่มี PVD ยังคงต้องถูกนำส่งเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง การยกเว้นจะมีผลก็ต่อเมื่อพนักงานทุกคนได้รับสิทธิ PVD ครบถ้วนแล้วเท่านั้น

3. อัตราเงินสะสม เงินสมทบ และตัวอย่างการคำนวณ

การนำส่งเงินเข้ากองทุนประกอบด้วย 2 ส่วนในอัตราเท่ากัน คือ เงินสะสมจากลูกจ้าง และ เงินสมทบจากนายจ้าง โดยแบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา (เฟส) ดังนี้:

ช่วงเวลา ฝ่ายลูกจ้าง (เงินสะสม) ฝ่ายนายจ้าง (เงินสมทบ) รวมหักนำส่งต่อเดือน
เฟส 1: 1 ต.ค. 2569 – 30 ก.ย. 2574 0.25% ของค่าจ้าง 0.25% ของค่าจ้าง 0.50% ของค่าจ้าง
เฟส 2: ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2574 เป็นต้นไป 0.50% ของค่าจ้าง 0.50% ของค่าจ้าง 1.00% ของค่าจ้าง

ตัวอย่างการคำนวณเงินนำส่ง (ในช่วงเฟสที่ 1: อัตรา 0.25% ฝ่ายละ)

ค่าจ้างต่อเดือน (บาท) ลูกจ้างสะสม (0.25%) นายจ้างสมทบ (0.25%) รวมนำส่งเข้ากองทุน/คน/เดือน
15,000 บาท37.50 บาท37.50 บาท75.00 บาท
20,000 บาท50.00 บาท50.00 บาท100.00 บาท
30,000 บาท75.00 บาท75.00 บาท150.00 บาท
50,000 บาท125.00 บาท125.00 บาท250.00 บาท

หมายเหตุ: ฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณให้ยึดตามนิยามค่าจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และหากมีการเปลี่ยนแปลงอัตราหรือฐานเงินเดือนสูงสุดตามประกาศกระทรวง ให้ตรวจสอบกับระบบ EWF อีกครั้ง

4. แบบฟอร์มขึ้นทะเบียนและเอกสารที่เกี่ยวข้อง

ในการดำเนินการกับกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง นายจ้างและ HR ต้องรู้จักแบบฟอร์มราชการหลัก ๆ ดังนี้:

5. ขั้นตอนการปฏิบัติงานสำหรับทีม HR และกำหนดเวลา

  1. ตรวจสอบสถานะกิจการ: เช็กยอดพนักงานประจำ (ตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป) และสถานะกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของพนักงานทุกคน
  2. เตรียมข้อมูลและยื่นขึ้นทะเบียน: กรอกข้อมูลสถานประกอบกิจการและรายชื่อลูกจ้าง ยื่นผ่านช่องทางออนไลน์หรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่ด้วยแบบ สกล.3
  3. หักเงินสะสมและสมทบทุกงวดเงินเดือน: ทุกวันจ่ายค่าจ้าง ให้ HR ทำการหักเงินสะสมจากลูกจ้าง และบันทึกเงินสมทบในส่วนของนายจ้าง
  4. นำส่งเงินเข้ากองทุน: นำส่งเงินสมทบและเงินสะสมรวมกันเข้ากองทุน ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
  5. จัดเก็บหลักฐาน: บันทึกหลักฐานการหักเงินและใบเสร็จการนำส่งให้เป็นระเบียบ พร้อมสำหรับการตรวจสอบ
บทกำหนดโทษและการนำส่งล่าช้า

หากนายจ้างนำส่งเงินสะสมหรือเงินสมทบล่าช้ากว่ากำหนด (ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป) จะต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 5 ต่อเดือนของจำนวนเงินที่ค้างส่ง และการไม่ปฏิบัติตามอาจมีบทลงโทษตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน

6. ข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับ HR (Checklist)

เพื่อความรวดเร็วในการขึ้นทะเบียนและตั้งค่าระบบ HR / Payroll ควรเตรียมข้อมูลดังนี้ให้พร้อม:

1. ข้อมูลสถานประกอบกิจการ

  • ชื่อสถานประกอบกิจการ / นิติบุคคล
  • เลขทะเบียนนิติบุคคล / เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก
  • ที่อยู่สำนักงานใหญ่และสาขาที่เกี่ยวข้อง
  • จำนวนลูกจ้างรวมทั้งหมดแยกตามเพศและประเภท
  • ชื่อผู้มีอำนาจลงนาม เบอร์โทรศัพท์ และอีเมลติดต่อ

2. ข้อมูลพนักงาน (ลูกจ้าง)

  • ชื่อ-นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก
  • วัน เดือน ปี ที่เริ่มทำงาน
  • ตำแหน่งงาน / แผนก
  • อัตราค่าจ้างปัจจุบัน (ใช้คำนวณ 0.25%)
  • สถานะการเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ถ้ามี)

7. การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) สำหรับ HR

ในการรวบรวมข้อมูลพนักงานเพื่อจัดทำทะเบียนและยื่นกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ถือเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) HR จึงต้องปฏิบัติตามหลักการดังนี้:

ข้อความขอความยินยอม/แจ้งประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) ตัวอย่าง:
“บริษัทมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (เช่น ชื่อ นามสกุล เลขบัตรประชาชน และค่าจ้าง) เพื่อดำเนินการขึ้นทะเบียนและนำส่งเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 โดยบริษัทจะรักษาความปลอดภัยของข้อมูลอย่างเคร่งครัด”

8. METHAFLOW ช่วยงาน HR เรื่องกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างอย่างไร

ระบบเงินเดือนและบริหารทรัพยากรบุคคล METHAFLOW ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ HR รับมือกับกฎหมายใหม่ได้อย่างราบรื่น:

ตรวจความพร้อมบริษัทของคุณฟรีกับ METHAFLOW

ประเมินว่าบริษัทของคุณเข้าเกณฑ์กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างหรือไม่ พร้อมรับคำแนะนำขั้นตอนที่ต้องทำทันที

ข้อสงวนสิทธิ์: คู่มือฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางและให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการและฝ่าย HR ในการเตรียมความพร้อมเบื้องต้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษาทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ เนื่องจากกฎหมาย ประกาศ อัตรา และกำหนดเวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศของกระทรวงแรงงาน โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดโดยตรงกับเว็บไซต์ทางการของ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ก่อนดำเนินการทางกฎหมาย
contact@methaflow.tech · โทร: 061-642-5116
หน้าแรก · นโยบายความเป็นส่วนตัว (PDPA)