← กลับหน้าหลัก

METHAFLOW โดย เมธารดี กาญจนนิยม

นโยบายความเป็นส่วนตัว

มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2569 · ฉบับที่ 1.2

METHAFLOW ระบบบริหารเงินเดือนสำหรับธุรกิจไทย ให้บริการโดย เมธารดี กาญจนนิยม (METHARADEE KANCHANANIYOM) ผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา ("ผู้ให้บริการ" "เรา") เราตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล นโยบายฉบับนี้จัดทำขึ้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ("PDPA") เพื่ออธิบายว่าเราเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร

1. บทบาทของเราต่อข้อมูลของท่าน

ข้อมูลผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์และผู้ติดต่อ — เราเป็น "ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล" (Data Controller) ของข้อมูลที่ท่านส่งถึงเราโดยตรง เช่น ชื่อ อีเมล เบอร์โทร และชื่อกิจการ ที่ส่งมาเพื่อสอบถามหรือนัดชมระบบ

ข้อมูลพนักงานขององค์กรลูกค้า — องค์กรลูกค้า (นายจ้าง) เป็น "ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล" ของข้อมูลพนักงานตน เราทำหน้าที่เป็น "ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล" (Data Processor) ตามคำสั่งของลูกค้าภายใต้ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล (DPA) ที่ลงนามกับลูกค้าทุกราย พนักงานที่ต้องการใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลของตน โปรดติดต่อฝ่ายบุคคลขององค์กรนายจ้างเป็นลำดับแรก

2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ประมวลผลในระบบ

ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว (มาตรา 26): ระบบออกแบบมาให้ไม่เก็บข้อมูลอ่อนไหวตามมาตรา 26 — การลาป่วยบันทึกเฉพาะประเภทลาและจำนวนวัน ไม่บันทึกการวินิจฉัยโรคหรือข้อมูลสุขภาพในระบบ ข้อมูลชีวภาพ (ภาพถ่ายใบหน้า) หากมีการใช้จะขอความยินยอมอย่างชัดแจ้งแยกต่างหากตามหนังสือให้ความยินยอม

3. วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมาย

4. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

เราเปิดเผยข้อมูลเท่าที่จำเป็นแก่:

เราไม่ขายข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลใดทั้งสิ้น และการส่งออกไฟล์ที่มีเลขประจำตัวประชาชนทุกครั้งถูกบันทึกในเส้นทางตรวจสอบของระบบ (Audit Log)

5. การส่งหรือโอนข้อมูลไปต่างประเทศ

ระบบใช้บริการคลาวด์ซึ่งเซิร์ฟเวอร์อาจตั้งอยู่นอกประเทศไทย เราดำเนินการให้การโอนข้อมูลเป็นไปตามมาตรา 28 และมาตรา 29 แห่ง PDPA

การประเมินความเพียงพอของมาตรการคุ้มครอง (มาตรา 28): ก่อนส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ เราจะประเมินว่าประเทศปลายทางมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอหรือไม่ โดยพิจารณาจาก (1) กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศปลายทาง (2) การใช้มาตรการเสริมเช่น ข้อตกลงมาตรฐานสำหรับการโอนข้อมูล (Standard Contractual Clauses) (3) การเข้ารหัสข้อมูลระหว่างการโอน หากประเทศปลายทางไม่มีมาตรการคุ้มครองที่เพียงพอ เราจะแจ้งท่านและขอความยินยอมเพิ่มเติมก่อนดำเนินการ

6. ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูล

เราเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และไม่เกินระยะเวลาที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ของการประมวลผล

ประเภทข้อมูลระยะเวลาเก็บรักษาฐานกฎหมาย
ข้อมูลเงินเดือนและเอกสารภาษีไม่น้อยกว่า 5 ปี นับจากวันสิ้นสุดปีภาษีประมวลกฎหมายภาษีอากร ม.11, ม.12
ข้อมูลประกันสังคมตลอดอายุการจ้าง + 6 เดือนหลังลาออกพ.ร.บ.ประกันสังคม
ข้อมูลกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตลอดอายุสมาชิกภาพ + 2 ปีพ.ร.บ.กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
บันทึกการลงเวลา (GPS)90 วันย้อนหลัง (เกินจากนั้นเก็บเฉพาะสรุปรายวัน)ฐานสัญญา
ข้อมูลผู้ติดต่อ (ยังไม่เป็นลูกค้า)1 ปี นับจากการติดต่อล่าสุดความยินยอม
บันทึกความยินยอมตลอดอายุการจ้าง + 2 ปีฐานหน้าที่ตามกฎหมาย
Audit Log3 ปี นับจากวันที่บันทึกประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
คุกกี้ตามระยะเวลาที่ระบุในหัวข้อ 9ความยินยอม / จำเป็น

เมื่อพ้นระยะเวลาเก็บรักษา เราจะลบหรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ (Anonymization) อย่างปลอดภัย

7. มาตรการรักษาความปลอดภัย

เราใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งทางเทคนิคและองค์กร เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 24 แห่ง PDPA ดังนี้:

8. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24–30 เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิดังต่อไปนี้:

การใช้สิทธิ: เราจะดำเนินการตามคำขอภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับคำขอ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ยกเว้นกรณีที่กฎหมายอนุญาตให้เรียกเก็บได้ พนักงานขององค์กรลูกค้ายังสามารถดูข้อมูลของตนเองได้ตลอดเวลาผ่านเมนู "ข้อมูลของฉัน" และ "สลิปของฉัน" ในระบบ

9. คุกกี้และเทคโนโลยีติดตาม

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้และเทคโนโลยีติดตามประเภทต่างๆ ดังนี้:

ประเภทคุกกี้วัตถุประสงค์ระยะเวลาต้องมีความยินยอม
คุกกี้จำเป็น (Essential)จดจำภาษาที่เลือก การเข้าสู่ระบบ ความปลอดภัยของเซสชันเซสชัน / 1 ปีไม่ต้อง
คุกกี้วิเคราะห์ (Analytical)เก็บข้อมูลการใช้งานเพื่อปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้ เช่น หน้าที่เข้าชม เวลาที่ใช้1 ปีต้อง
คุกกี้การตลาด (Marketing)แสดงข้อเสนอและโฆษณาที่เหมาะสมกับท่าน1 ปีต้อง

ท่านสามารถจัดการความยินยอมคุกกี้ได้ผ่านแบนเนอร์คุกกี้ที่ปรากฏเมื่อเข้าใช้งานครั้งแรก หรือตั้งค่าเบราว์เซอร์เพื่อปฏิเสธหรือลบคุกกี้ได้ โดยคุกกี้จำเป็นจะยังทำงานต่อเนื่อง แต่การปฏิเสธคุกกี้วิเคราะห์และการตลาดอาจทำให้ฟังก์ชันบางอย่างไม่สมบูรณ์

10. เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO)

ตามมาตรา 35 และมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีกิจกรรมหลักเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งจำเป็นต้องตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ หรือมีข้อมูลส่วนบุคคลเป็นจำนวนมาก ต้องแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO)

DPO มีหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่องค์กร ตรวจสอบความสอดคล้องกับ PDPA ประสานงานกับเจ้าของข้อมูลและสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) และเป็นจุดติดต่อในกรณีเกิดเหตุละเมิดข้อมูล

หมายเหตุสำหรับองค์กรลูกค้า: หากองค์กรของท่านมีพนักงานจำนวนมากหรือมีกิจกรรมที่ต้องตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลอย่างสม่ำเสมอ ท่านอาจมีหน้าที่ต้องแต่งตั้ง DPO ขององค์กรตนเองตามประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติมมาตรา 41(2) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2566

11. การประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูล (DPIA)

ตามมาตรา 22 แห่ง PDPA ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องดำเนินการประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Impact Assessment: DPIA) ก่อนดำเนินการใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงสูงต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การประมวลผลข้อมูลอ่อนไหวเป็นจำนวนมาก การเฝ้าระวังอย่างเป็นระบบ หรือการใช้เทคโนโลยีใหม่

หากจำเป็น เราจะดำเนิน DPIA ก่อนเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่อาจมีความเสี่ยงสูง

12. การเปลี่ยนแปลงนโยบาย

เราอาจปรับปรุงนโยบายฉบับนี้เป็นครั้งคราว ฉบับล่าสุดประกาศบนหน้านี้พร้อมวันที่มีผลบังคับใช้ หากมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ เช่น การเปลี่ยนสถานะผู้ให้บริการเป็นนิติบุคคล เราจะแจ้งลูกค้าปัจจุบันทุกรายล่วงหน้า

13. ช่องทางติดต่อ

ผู้รับผิดชอบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล — เมธาโฟลว์ โดย เมธารดี กาญจนนิยม

contact@methaflow.tech