← กลับหน้าหลัก

METHAFLOW โดย เมธารดี กาญจนนิยม

หนังสือให้ความยินยอม (PDPA)

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 · ฉบับ 1.2 · 18 สิงหาคม 2569

1. คำชี้แจงสำคัญ — งานเงินเดือนหลักไม่ต้องขอความยินยอม

การประมวลผลข้อมูลเพื่อคำนวณและจ่ายเงินเดือน การหักและนำส่งภาษี ประกันสังคม กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง และการหักตามคำสั่งของหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจ อาศัยฐานการปฏิบัติตามสัญญาจ้างและฐานหน้าที่ตามกฎหมาย จึงไม่ต้องขอความยินยอม และดำเนินการต่อได้แม้ไม่มีการลงนามในหนังสือฉบับนี้ หนังสือฉบับนี้ใช้เฉพาะรายการเสริมที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอมเท่านั้น

บทบาทตามกฎหมาย: องค์กรนายจ้างเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) ของพนักงานตน METHAFLOW เป็นผู้ประมวลผลข้อมูล (Data Processor) ตามคำสั่งของนายจ้างภายใต้ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล (DPA) รายละเอียดตามนโยบายความเป็นส่วนตัว

2. ส่วน ก — สำหรับองค์กรลูกค้า (ให้ความยินยอมแก่ METHAFLOW)

โปรดทำเครื่องหมาย ✓ ในช่องที่ท่านเลือก การไม่ให้ความยินยอมข้อใดไม่กระทบต่อการใช้บริการระบบ

วัตถุประสงค์ยินยอมไม่ยินยอม
รับข่าวสาร บทความ และข้อเสนอเกี่ยวกับบริการของ METHAFLOW ทางอีเมล
ให้ METHAFLOW ใช้ชื่อองค์กรและโลโก้ของท่านเป็นข้อมูลอ้างอิงลูกค้าในสื่อการตลาด

ชื่อองค์กรลูกค้า

ชื่อ–สกุลผู้มีอำนาจลงนาม ตำแหน่ง

ลงชื่อ วันที่

3. ส่วน ข — แม่แบบสำหรับนายจ้างขอความยินยอมจากพนักงาน

ส่วนนี้เป็นแม่แบบให้องค์กรลูกค้านำไปออกในนามองค์กรของตน (แทนที่ช่อง [ชื่อองค์กร/นายจ้าง]) แจกพร้อมประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับพนักงาน โดยต้องแยกจากสัญญาจ้างอย่างชัดเจน และพนักงานปฏิเสธได้โดยไม่กระทบการจ้างงาน

ข้าพเจ้า (ชื่อ–สกุล) รหัสพนักงาน ให้ความยินยอมแก่ [ชื่อองค์กร/นายจ้าง] เฉพาะข้อที่ข้าพเจ้าทำเครื่องหมายเลือกเอง:

วัตถุประสงค์ยินยอมไม่ยินยอม
ใช้ภาพถ่ายใบหน้าของข้าพเจ้าในระบบงานบุคคลและทะเบียนพนักงานภายในองค์กร (ข้อมูลชีวภาพ — อ่อนไหว ตามมาตรา 26)
เปิดเผยข้อมูลเท่าที่จำเป็นแก่ผู้ให้บริการสวัสดิการภายนอก (เช่น ประกันกลุ่ม / ตรวจสุขภาพประจำปี) ระบุผู้รับ:
รับข่าวสารและกิจกรรมขององค์กรผ่านอีเมลหรือโทรศัพท์ส่วนตัว
ประมวลผลข้อมูลโดยอัตโนมัติซึ่งมีผลทางกฎหมายหรือมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อข้าพเจ้า ตามมาตรา 30 (เช่น การประเมินผลงานอัตโนมัติด้วยระบบ AI)
ข้อควรทราบตามมาตรา 26: ภาพถ่ายใบหน้าเป็นข้อมูลชีวภาพ (Biometric Data) ซึ่งจัดเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลประเภทนี้จะกระทำได้เมื่อได้รับความยินยอมอย่างชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลเท่านั้น ตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
สิทธิตามมาตรา 30: เจ้าของข้อมูลมีสิทธิไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของตนถูกประมวลผลโดยอัตโนมัติซึ่งมีผลทางกฎหมายหรือมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตน หรือในกรณีที่ประมวลผลดังกล่าวส่งผลต่อการตัดสินใจเกี่ยวกับการจ้างงาน ค่าจ้าง หรือสภาพการทำงาน

ข้าพเจ้าเข้าใจว่า (1) การไม่ให้หรือถอนความยินยอมข้อใด ไม่มีผลต่อการจ้างงาน ค่าจ้าง หรือสิทธิตามสัญญาจ้าง (2) การจ่ายเงินเดือนและการนำส่งตามกฎหมายไม่เกี่ยวข้องกับหนังสือฉบับนี้ (3) ข้าพเจ้าถอนความยินยอมได้ตลอดเวลาโดยแจ้งฝ่ายบุคคล และการถอนไม่กระทบการประมวลผลที่ทำไปแล้วโดยชอบ

หมายเหตุ: ระบบ METHAFLOW ออกแบบมาให้ไม่บันทึกข้อมูลสุขภาพ — การลาป่วยบันทึกเฉพาะประเภทลาและจำนวนวัน เอกสารทางการแพทย์เป็นเรื่องที่ฝ่ายบุคคลของนายจ้างจัดเก็บตามระเบียบของตนแยกต่างหาก จึงไม่มีรายการขอความยินยอมข้อมูลสุขภาพในระบบ

ลงชื่อพนักงาน วันที่

ผู้รับเอกสาร (ฝ่ายบุคคล) วันที่

4. การถอนความยินยอมและการเก็บหลักฐาน

ถอนความยินยอมได้ตลอดเวลา — องค์กรลูกค้าแจ้งที่ contact@methaflow หรือ LINE @900htprv ส่วนพนักงานแจ้งที่ฝ่ายบุคคลของนายจ้าง

ฝ่ายบุคคลควรเก็บทะเบียนบันทึกความยินยอม (ใครยินยอมอะไร เมื่อไร เวอร์ชันไหน ถอนเมื่อไร) ตลอดอายุการจ้างเพื่อพิสูจน์ต่อผู้ตรวจสอบได้เสมอ ท่านยังมีสิทธิเข้าถึง ขอสำเนา แก้ไข ลบ ระงับ คัดค้าน ขอโอนย้ายข้อมูล และร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รายละเอียดตามนโยบายความเป็นส่วนตัว

5. เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO)

ตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีกิจกรรมหลักเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งจำเป็นต้องตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ หรือมีข้อมูลส่วนบุคคลเป็นจำนวนมาก ต้องแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO) ตามมาตรา 41

DPO มีหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่องค์กร ตรวจสอบความสอดคล้องกับ PDPA ประสานงานกับเจ้าของข้อมูลและสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) และเป็นจุดติดต่อในกรณีเกิดเหตุละเมิดข้อมูล

หมายเหตุสำหรับองค์กรลูกค้า: หากองค์กรของท่านมีพนักงานจำนวนมากหรือมีกิจกรรมที่ต้องตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลอย่างสม่ำเสมอ ท่านอาจมีหน้าที่ต้องแต่งตั้ง DPO ขององค์กรตนเองตามประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติมมาตรา 41(2) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2566

6. การประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูล (DPIA)

ตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องดำเนินการประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Impact Assessment: DPIA) ก่อนดำเนินการใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงสูงต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ตัวอย่างกิจกรรมที่อาจต้องทำ DPIA ได้แก่ การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวเป็นจำนวนมาก การเฝ้าระวังอย่างเป็นระบบบนพื้นที่กว้าง หรือการใช้เทคโนโลยีใหม่ที่อาจส่งผลกระทบต่อข้อมูลส่วนบุคคล

7. การคุ้มครองข้อมูลของบุคคลที่มีความเสี่ยง (มาตรา 8)

ตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่มีความเสี่ยง (เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ที่อยู่ในสภาพที่ไม่สามารถให้ความยินยอมได้ด้วยตนเอง) ต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ

กรณีที่พนักงานเป็นบุคคลในกลุ่มเสี่ยง นายจ้างต้องได้รับความยินยอมจากผู้มีอำนาจตามกฎหมาย และต้องแน่ใจว่าการประมวลผลข้อมูลเป็นไปเพื่อประโยชน์โดยชอบของบุคคลนั้น

8. ระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลตามประเภท

ประเภทข้อมูลระยะเวลาเก็บรักษาฐานกฎหมาย
ข้อมูลเงินเดือนและเอกสารภาษีไม่น้อยกว่า 5 ปี นับจากวันสิ้นสุดปีภาษีประมวลกฎหมายภาษีอากร ม.11, ม.12
ข้อมูลประกันสังคมตลอดอายุการจ้าง + 6 เดือนหลังลาออกพ.ร.บ.ประกันสังคม
ข้อมูลกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตลอดอายุสมาชิกภาพ + 2 ปีพ.ร.บ.กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
บันทึกการลงเวลา (GPS)90 วันย้อนหลัง (เกินจากนั้นเก็บเฉพาะสรุปรายวัน)ฐานสัญญา
ข้อมูลผู้ติดต่อ (ยังไม่เป็นลูกค้า)1 ปี นับจากการติดต่อล่าสุดความยินยอม
บันทึกความยินยอมตลอดอายุการจ้าง + 2 ปีฐานหน้าที่ตามกฎหมาย

เมื่อพ้นระยะเวลาเก็บรักษา เราจะลบหรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ (Anonymization)

13. ช่องทางติดต่อ

ผู้รับผิดชอบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล — เมธาโฟลว์ โดย เมธารดี กาญจนนิยม

contact@methaflow.tech